เดือนเมษายน เป็นช่วงที่ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงที่สุด ซึ่งในผู้ที่ต้องอยู่ท่ามกลางอากาศที่ร้อนติดต่อกันนาน ๆ หรือออกกำลังกายท่ามกลางความร้อนต้องพึงระวัง เพราะหากสูญเสียเหงื่อเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้รับการชดเชยน้ำอย่างเพียงพอ ก็อาจจะทำให้เป็นโรคลมแดด หรือ Heat Stroke ซึ่งอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้


สาเหตุของโรคลมแดด

ภายในร่างกายของมนุษย์จะมีการย่อยอาหารและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อต่าง ๆ มากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความร้อนขึ้น โดยความร้อนที่เกิดขึ้นนั้นจะระบายออกทางเหงื่อ แต่หากอากาศภายนอกร้อนกว่าอุณหภูมิของร่างกาย ร่างกายก็จะไม่สามารถระบายความร้อนออกมาได้ ซึ่งเป็นที่มาของโรคลมแดด
อาการของโรคลมแดด

อาการของโรคลมแดดมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ

1. แบบอ่อน ๆ เช่น เวลาอยู่กลางแดดนาน ๆ ผู้ป่วยจะรู้สึกอ่อนเพลีย หน้ามืด เป็นลม แต่ยังรู้สึกตัวอยู่ ซึ่งหากได้นั่งพักในที่ร่ม อากาศถ่ายเท หรือห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ ดื่มน้ำเย็นหรือเช็ดตัว อาการก็จะดีขึ้น
2. แบบรุนแรง ผู้ป่วยจะมีตัวร้อนจัด เหงื่อไม่ออก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ เป็นลม ซึ่งในบางรายอาจถึงแก่ชีวิตได้ โดยอาการแบบรุนแรงนี้อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากผู้ป่วยมีอาการแบบอ่อน ๆ แต่ไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง หรือบางครั้งอาจเกิดขึ้นเองโดยตรงก็ได้
ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคลมแดด

 

 

 

 



สำหรับประเทศไทย กลุ่มคนที่พบว่าเป็นโรคลมแดดส่วนใหญ่คือผู้ที่ต้องปฏิบัติงานท่ามกลางแสงแดด ซึ่งในผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงและอยู่ในวัยทำงานก็เป็นโรคนี้ได้ เพราะหากอยู่ในที่ที่อากาศร้อนจัด แม้แค่เพียงไม่กี่นาทีก็สามารถทำให้เกิดโรคลมแดดได้


การปฐมพยาบาลผู้ป่วยโรคลมแดด

หากพบผู้ที่บ่นว่าร้อน คลื่นไส้ เวียนศีรษะ มีเหงื่อออกผิดสังเกต มีอาการงง พูดช้าลง เลอะเลือน การเคลื่อนไหวช้าลง โซเซ ควรพาผู้ป่วยไปพักในที่ร่มทันที เปิดเครื่องปรับอากาศ และใช้น้ำเย็นเช็ดตัวให้ผู้ป่วย เนื่องจากอาการในช่วงนี้จะคืบหน้าไปสู่อาการแบบรุนแรงอย่างรวดเร็ว เพราะร่างกายจะพยายามนำเลือดไปเลี้ยงที่ผิวหนังเพื่อให้เหงื่อออก และไปเลี้ยงไตเพื่อให้ปัสสาวะออก แต่ก็ไม่เพียงพอ สุดท้ายเลือดก็จะไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอด้วย

ขณะเดียวกันโปรตีนที่สำคัญในร่างกายก็จะเสื่อม ซึ่งหากให้การช่วยเหลือไม่ทันเวลาอาการอาจจะรุนแรงและมีไตวายได้ ซึ่งหากเป็นโรคลมแดดแบบรุนแรงอัตราการเสียชีวิตก็จะสูง แต่หากได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกวิธีตั้งแต่ต้นก็จะลดโอกาสเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรงลงไปได้ โดย 15 นาทีหลังการปฐมพยาบาลผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้น อย่างไรก็ตามควรรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลด้วย โดยควรหาพาหนะที่ผู้ป่วยสามารถนอนได้และมีเครื่องปรับอากาศ และจัดท่านนอนของผู้ป่วยให้เท้ายกสูงขึ้นกว่าศีรษะ เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้

หากผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวให้จับนอนตะแคงไปด้านใดด้านหนึ่ง ระวังอย่าให้มีอะไรอยู่ในปากและอย่าให้ผู้ป่วยจิบน้ำ ซึ่งหากไม่มีรถที่ผู้ป่วยสามารถนอนไปได้ ควรเรียกรถพยาบาล เพราะการนั่งตัวตรงอาจทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงสมองของผู้ป่วยได้


การดูแลตนเองเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดด

หากอยู่ท่ามกลางแสงแดดแล้วรู้สึกตัวว่ามีอาการเหงื่อออกมาก เวียนศีรษะ ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ควรรีบหลบเข้าไปอยู่ในที่ร่มทันที แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันตัว หากรู้ว่าตนเองจะต้องออกไปอยู่กลางแดดก็ควรสวมเสื้อแขนยาว ใส่หมวก ใส่แว่นตากันแสงแดด และควรทาครีมกันแดดด้วย เพราะนอกจากแสงแดดจะเป็นสาเหตุของโรคลมแดดแล้ว ยังเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนังอีกด้วย
 

 


การปฐมพยาบาลผู้ที่เป็นโรคลมแดด ด้วยการลดอณุภูมิความร้อน


 
ที่มา : นพ.พิบูล อิสระพันธ์
รองผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

http://www.prema.or.th


 





 

 

 
 

 
ชื่อร้าน  
 
ประเภทอาหาร  
 
งบประมาณ  
 
พื้นที่  
 
 
  New Page 1
อาหารนานาชาติ 37
อาหารไทย 6
อาหารญี่ปุ่น 65
อาหารจีน 7
อาหารเกาหลี 10
อาหารฝรั่ง 7
อาหารอินเดีย 1
อาหารเวียดนาม 3
ข้าวต้ม 1
หมูกระทะ / ย่างเกาหลี 46
สุกี้ / หม้อไฟ 26
ติ่มซำ 4
ขนมจีน 1
ขนมหวาน 4
อื่นๆ 8
 
 

 
 
 
    สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย   บริษัท
 
© 2011 misterbuffet- All Rights Reserved.
สอบถามหรือลงโฆษณา 081-359 2463   Email:  admin@misterbuffet.com
 
 
 
จำนวนผู้ที่กำลังเข้าชม ณ ขณะนี้ ...
[978 คน]  
New Page 1